TAM's profile$leepK0p's Sp@cEPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    6/12/2007

    แล้วชีวิต ก็ยังต้องเดินต่อ

        เคยมีนักเขียนเขียนไว้ว่าชีวิตคนเราเปรียบเสมือนเรือใบลำน้อยที่แล่นไปในท้องมหาสมุทร
    บางครั้งมันต้องผ่านทั้งมรสุม ท้องฟ้าสงบ ลมแรง คลื่นสูงแต่เรือลำนั้นก็ยังต้องแล่นต่อไป
    แม้บางครั้งจำเป็นต้องหยุดเล่นชั่วคราว แต่ไม่ใช่การหยุดแล่นถาวร มันก็หมือนกับคนเราที่ยัง
    คงจะต้องดำเนินชีวิตต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะสุข ทุกข์ เศร้า เพียงใด ก็ขอให้ทุกคนมี
    กำลังใจแล่นเรือใบของตนให้ไปถึงยังฝั่งฝันทุกคนนะคับ อาจจะเน่าไปนิดแต่เขียนเองนะนี้
    เสียดายเวลาน้อยไว้วันหลังจาเขียนใหม่นะคับมีอะไรก็แนะนำได้นะคับ
                                     
                                           แด่คนที่สิ้นหวัง จงลุกขึ้นสู้เถอะแล้วจะเป็นกำลังใจให้ทุกท่านคับ
    11/8/2006

    เขียนทำไมหว่า...

    ไม่มีอะไรให้เขียน เพราะเขียนไปยังไงก็คงไม่ดี ไม่ใช่นักเขียนนี้ อิอิ
     
    เพื่อนๆบ้างคนก็หายเงียบไป ไม่รู้เป็นยังไงกันบ้าง มีอะไรก็บอกกันมั้งนะ
     
    ยังไงก็ยังคิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนนะ
     
     
     
    7/4/2006

    จับสัญญาณ “เกย์ดาร์” ผู้ชายข้างกายเป็น “เกย์แอบ” หรือเปล่า ?

    จับสัญญาณ “เกย์ดาร์” ผู้ชายข้างกายเป็น “เกย์แอบ” หรือเปล่า ?

    1. ชอบกลับบ้านดึกๆ กลับมาแล้วชอบตวาดแว๊ด…ด ใส่
    หากโดนเซ้าซี้ถามว่าไปไหน บางรายจะตวาดแรงมาก จนภรรยาต้องผวา ไม่กล้าถามอีกเลย 
     
    2. เวลาขอหลับนอนมีอะไรด้วย เขามักจะมีข้ออ้างเป็นประจำว่า เหนื่อย
    เขาอาจจุมพิตคุณเบา ๆ หนึ่งที นั่นแหละทำได้แค่นั้น มันเหลือฝืนเต็มทน เขาจะเริ่มแสดงอาการเบื่อ ๆ ให้เห็นมากขึ้น เซ็กซ์กลายเป็นเรื่องไม่น่าสนใจสำหรับเขา บางรายมีหนเดียวในรอบหลายปี และดูราวจะไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยอีกแล้วชาตินี้ แม้คุณจะพยายามเซ็กซี่ทุกราตรีก่อนเข้านอน
     
    3. ชอบแสดงอาการเกลียดตุ๊ดอย่างรุนแรง

    มีอคติกับตุ๊ดเสียเหลือเกิน เห็นอะไรตุ๊ดแต๋ว จะมีคอมเมนต์แบบรับไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้ จนคุณเองก็รำคาญ แล้วสงสารตุ๊ดแทน
     
    4. หายไปนาน ๆ บางคนชอบหนีภรรยาหรือแฟนไปหาชายหนุ่มนอกบ้านไกลๆ
    เพราะกลัวคนเห็น สถานที่นัดพบของเกย์ไม่รักดีในกลุ่มนี้ก็จะเป็น ห้องใต้ดิน ห้องสุขา สวนสาธารณะ ซึ่งแสนจะนัดง่าย สะดวกสบายไปหมด หนำซ้ำยังมีทั้งมือถือและอินเทอร์เน็ต เวลาติดต่อหาที่ระบายความรุ่มร้อนส่วนมากก็จะเกิดขึ้นตอนเดินทาง หรือตอนอยู่ในที่ทำงาน 
     
    5. ชอบบอกภรรยาหรือแฟนสาวว่า ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน

    เพื่อนนัดบ้าง มีประชุมบ้าง งานยุ่งบ้าง แต่หารู้ไม่ว่า เขาไปเที่ยวเล็งหนุ่มอะโกโก้ เดี๋ยวนี้หาเด็กขึ้นเตียงได้ง่าย โรงแรมก็มีแถวๆ นั้น กลับมาบ้านก็จะออดอ้อนคำหวานเพื่อให้คุณหลงกลต่อไป (เช่นผมรักคุณคนเดียว)
     
    6. ผู้ชายประเภทนี้เวลาเมาเหล้าจะแสดงอาการมองหนุ่มหล่อ แต็บหลุดตุ๊ดแตก
    พูดคุยแบบสนุกสนาน เข้าไปสนิทสนมกับชายแบบออกหน้าออกตา ไม่มีมาดอีกต่อไป เวลาไม่เมาไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย
     
    7. ชอบแสดงอาการแปลก ๆ เวลาเผลอ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเกย์ออกสาวเวลาตกใจ
    ไม่ทันตั้งตัว หรือเวลาเขาถูกใจอะไรสักอย่าง โดยที่ไม่มีใครอยู่รอบข้าง เขาจะเผลอร้องด้วยเสียงแหลม ราวกับนักร้องโซปราโน่
     
    8. บางครั้งเวลามีเซ็กซ์กับคุณสาวๆ ถ้าเขาส่งเสียงแปลกๆ ให้ระวังไว้ซะ
    นั่นหมายความว่า ผู้ชายที่นอนอยู่ข้างๆ นั่น เป็น... หรือเปล่า ทั้งๆ ที่คุณไม่ได้ทำอะไรรุนแรงเกินเหตุ บางทีเขาอาจกำลังจินตนาการถึงชายอื่น แล้วงึมงำเป็นชื่อคนนั้น เพื่อให้เขาปฏิบัติกิจผ่านไปได้ ฟังดี ๆ

    9. ชายกลุ่มนี้ชอบซุกซ่อนรสนิยมทางเพศของตัวเองเอาไว้ในสถานที่ลับตาคน
    อะไรเสียล่ะ ถ้าไม่ใช่รูปโป๊ผู้ชาย วิดีโอผู้ชายมีเซ็กซ์ นามบัตรเกย์ รูปถ่ายตัวเขาเองกับเด็กหนุ่ม บางกรณีมีกระทั่งขนตาปลอม ฯลฯ สถานที่ซ่อนก็คือ ตามใต้เตียงนอน ห้องเก็บของ ลิ้นชัก ล็อกกุญแจ
     
    10. เป็นคนอารมณ์ร้าย มีน้ำเสียงออกโทนแหลมอีกต่างหาก
    เวลาเมามากๆ ชอบด่าทอผู้หญิงเสียๆ หายๆ มีน้ำเสียงออกโทนแหลมอีกต่างหาก มิใช่โทนต่ำอย่างที่ควรจะเป็น ถ้ามีปากเสียงกันรุนแรง อาจออกสาว ตุ้งติ้งไปเลย
     
    11. เรียกชื่อภรรยา หรือแฟนผิดๆ ถูก
    สลับกับชื่อชายหนุ่มอีกคนที่คุณไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินมาก่อน
     
    12 สังเกตให้ดี เวลาชายกลุ่มนี้ใช้โทรศัพท์ มักจะใช้แต่คำว่า “อือ อือ อือ”

    ใครจะกล้าพูดอะไรหลุดออกมาได้ล่ะ ในเมื่อนั่นเป็นสายกิ๊กหนุ่มของเขา และบางครั้งอยู่ดี ๆ ก็รีบกุลีกุจอรีบออกไปจากบ้านทันที เพราะหนุ่มคนนั้นเรียกหา ตัวเองก็กลัวว่าเขาจะบอกเลิก ต้องรีบไปเอาใจ
     
    13. ชายกลุ่มนี้มักจะแอบโทรหาหนุ่มๆ เจ๊าะแจ๊ะราวกับภรรยาหรือเป็นแฟนสาว
    บางครั้งถ้าคุณสาวๆ โทรไปเช็กที่ออฟฟิศอาจได้ยินเสียงชายหนุ่มรับแทน หรือถ้าโทรศัพท์เข้ามือถืออาจจะไม่รับเสียดื้อๆ เพราะมัวแต่สนุกสนานเพลิดเพลินอยู่
     
    14. คอยสังเกตว่า เวลาไปเดินห้างสรรพสินค้าด้วยกัน
    ดูเวลาที่สามีเจอผู้หญิงสวยๆ เขามองด้วยสายตาอย่างไรถ้ามองแบบจิกตาอย่างนี้ไม่ใช่ผู้ชายแน่ ๆ แล้วดูด้วยว่า แอบส่งตาหวานให้หนุ่มที่เดินสวนมาหรือเปล่า
     
    15. ไปเช็กคอมพิวเตอร์ว่า เข้าเว็บไหนบ่อย ๆ
    เวบอะไรที่คุณไม่เคยได้ยินนั่นแหละ ใช่ทั้งนั้น วิธีดูในคอมพ์ ในบราว์เซอร์ Explorer กดสัญลักษณ์ History ที่เป็นรูปนาฬิกา จะรู้เลยว่า วันไหน ดูเว็บอะไร แยกเป็นวัน ๆ ไป ยกเว้นแต่เขารอ

    6/30/2006

    ชาวนา รวยกว่า มหาเศรษฐี

    มหาเศรษฐีเกือบจะชราผู้หนึ่งสุดแสนจะภูมิใจที่ลูกชายวัยห้าขวบของเขากำลังจะได้


    เข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดัง  ซึ่งระดับเศรษฐีอย่างพวกเขาเท่านั้น


    จึงจะมีปัญญาส่งลูกหลานเข้าเรียนใน โรงเรียนนี้ได้


    โดยส่วนตัวของเขาเองก็อยากจะสอนให้ลูกชายรู้จักกับชีวิตจริงในโลกควบคู่ไปกับ


    การสอนทฤษฏีในโรงเรียน


    ในวันหยุดเขาจะตระเวนพาลูกชายคนเดียวไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ


    แล้ววันหนึ่งเขาก็คิดถึงหัวข้อการสอนเรื่อง ”ความยากจน”


    เพราะเขามีความเชื่อว่าลูกชายของเขาคงไม่มีวันรู้จักแน่นอน


    เขาจึงพอลูกชายไปเยี่ยมครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง


    และพักอยู่กับชาวนาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน


    เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ของเขาในวันต่อมามหาเศรษฐีก็จะทดสอบว่า


    ลูกชายได้อะไรบ้างจากการไปพักแรมกับชาวนาผู้ยากจน


    ลูกชายตอบคำถามผู้เป็นบิดาว่า


    เขาขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ได้พาเขาไปพบกับชาวนา


    และพักแรมที่นั่น

    ซึ่งทำให้เขาได้พบว่า....ชาวนามีที่ทำงานเป็นท้องนาที่กว้างใหญ่


    ในขณะที่พ่อมีเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่ว่ากว้าง


    แต่ก็ยังน้อยกว่าห้องทำงานของชาวนา


    อาหารที่ชาวนารับประทานสามารถหาได้ตลอดเวลารอบๆบริเวณบ้านโดยไม่ต้องซื้อหา


    ในขณะที่บ้านของเรามีตู้เย็นเท่านั้นที่เป็นที่เก็บอาหาร


    เวลารับประทานอาหารก็มีเพื่อนคุยอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก


    ในขณะที่ตัวเองก็ต้องนั่งทานอาหารกับโต๊ะอาหารที่ยาวเกือบสิบเมตร


    และมีเก้าอี้ว่างเปล่าทั้งสองด้าน


    ลูกชาวนาที่ซ้อนท้ายจักรยานของพ่อเขาต้องกอดเอวพ่อให้แน่น


    เพื่อจะได้ไม่ตกจากจักรยาน


    แต่เขาเองต้องนั่งในรถที่ใหญ่โตอยู่ข้างหลังเพียงลำพังโดยมีคนขับรถพาไปทุกที่


    ชาวนามีแสงดาวแสงจันทร์เป็นโคมไฟส่องสว่างตลอดเวลาในเวลากลางคืนโดยไม่ขาดแคลน


    แต่เขาก็มีเพียงแสงจากโคมไฟที่ต้องซื้อด้วยเงิน


    .........ชาวนามีรั้วบ้านเป็นแม่น้ำภูเขาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา


    แต่เขาเองกลับมีเพียงแค่กำแพงบล๊อคในพื้นที่ไม่กี่ไร่


    ลูกชาวนาได้มีเพื่อนเล่นเป็นจิ้งหรีดหิ่งห้อยนับร้อยนับพัน


    แต่เขาเองกลับไม่มีใครเลย


    เขาขอบคุณพ่ออีกครั้งที่ทำให้เขารู้คำตอบว่า.....จริงๆ

    แล้ว.......เรายากจนกว่าชาวนามาก
    6/27/2006

    เรื่องแปลก แต่จริง!!!

    เรื่องแปลก แต่จริง!!!

          ถ้าคุณตะโกนนาน 8 ปี 7 เดือน กับอีก 6 วัน
          คุณจะใช้พลังงานเสียงที่ได้ ไปอุ่นกาแฟได้แก้วนึง
         (ทำไปทำไมเนี่ยะ?)

          ถ้าคุณตดอย่างต่อเนื่องนาน 6 ปีกับอีก 9 เดือน
          แก๊สที่ได้จะเทียบเท่าระเบิดปรมาณูลูกนึงเลยทีเดียว
          (ใครจะไปตดนานขนาดนั้น)

          หัวใจมนุษย์มีแรงดันพอที่จะสามารถสูบฉีดเลือดได้ไกลถึง 30 ฟุต

         หมูจะมีช่วงถึงจุดสุดยอดนานถึง 30 นาที
          (ชาติหน้าชักอยากเกิดเป็นหมูแล้วสิ)

          แมลงสาบจะมีชีวิตอยู่ได้นาน 9 วันโดยไม่มีหัว
          (แต่มันจะตายเพราะขาดอาหารน่ะสิ)

          โขกหัวเข้ากับกำแพงจะใช้พลังงาน 150 แคลอรี่ต่อชั่วโมง
          (อาจลองดูที่ทำงานก็ได้นะ)

          ตั๊กแตนตำข้าวตัวผู้ไม่สามารถร่วมเพศได้ขณะที่ยังมีหัวอยู่
          (ตัวเมียจะเริ่มการมี SEX โดยตัดหัวตัวผู้ออก)

          ตัวเห็บสามารถกระโดดได้ไกลถึง 350 เท่าของความยาวตัวมันเอง
          (ถ้าเทียบกับคนก็ต้องกระโดดข้ามสนามฟุตบอลตามยาวเลย)

          ปลาดุก มีตุ่มรับรสถึง 27,000 ตุ่ม
          (ก้นสระมันมีรสชาติอะไรกันนักหนานะ
          ถึงจำเป็นต้องมีเยอะขนาดนั้น)

          สิงโตบางตัวจะร่วมเพศถึง 50 ครั้งต่อวัน
          (ยังไงก็ยังชอบหมูอยู่ดี ..... คุณภาพอยู่เหนือปริมาณ)

          ผีเสื้อรับรสที่ปลายเท้า
          (เป็นอย่างนึงที่สงสัยมานานแล้วว...)

          กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคือลิ้น

          คนถนัดขวาจะมีอายุโดยเฉลี่ยมากกว่าคนถนัดซ้ายอยู่ประมาณ 9 ปี
          (ถ้าคุณเป็นคนถนัดทั้ง 2 ข้าง ช่วยบอกความแตกต่างหน่อยได้ไม๊)

          ช้างเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ไม่สามารถกระโดดได้
          (ดีแล้วแหละ)

          ปัสสวะแมวจะเรืองแสงใต้แสง Black Light
          (ใครนะช่างสงสัยจริง)

          ตาของนกกระจอกเทศใหญ่กว่าสมองของมันเอง
          ( บางคนก็ชอบให้คนข้างๆ เป็นแบบนี้แฮะ)

          ปลาดาวไม่มีสมอง (บางคนก็ชอบแบบนี้มากกว่าข้างบน)

          หมีขั้วโลกเป็นสัตว์ถนัดซ้าย
          ( ถ้ามันหัดใช้มือขวาคงมีอายุยืนขึ้นอีกหน่อยนะ...555)

          มนุษย์และปลาโลมาเป็นสัตว์กลุ่มเดียวที่มี SEX
          เพื่อความสุขความพอใจ (อ้าว แล้วหมูล่ะ!?)
    6/16/2006

    เรื่องน่าเศร้า .... ของเงาจันทร์

     

    ตำนานพระจันทร์

     

    นานมาแล้ว...สมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2 ดวง
    มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง กับอีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย

    และดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้ต่างก็รักกันมาก ดวงจันทร์ทั้งสอง

    ไม่เคยแยกห่างจากกัน ทุกๆคืนเมื่อมองไปบนฟ้า จะเห็นดวง

    จันทร์ทั้งคู่อยู่เคียงข้างกันเสมอ...ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์

    ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์

    จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย... ทีละน้อย...

    และก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่สุด...
    เมื่อค่ำคืนมาถึง จึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่เพียงดวงเดียว...

    ส่วนดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหาดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง

     คืนแล้วคืนเล่า วันเวลาล่วงผ่านไป

    แต่ดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ...
    ด้วยความคิดถึงและอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด

    ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า "หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้ คงไม่ได้เจอแน่ๆ"

    จึงตัดสินใจระเบิดตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปทั่วทั้งจักรวาล เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหา

    ดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น..

    .เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงได้เห็นถึงความจริงว่า

    แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้าสวยงามสักปานใด แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า

    แต่เพียงเธอเท่านั้น ดวงอาทิตย์ยังส่องแสงไปยังดาวดวงอื่นๆอีกมากมาย

    ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง แต่หาเท่าไรก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ...

    ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเองเพียงเพื่อตามหาตน

     จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่า

    ไม่มีวันที่จะได้เจอกับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่โศกเศร้าและเสียใจ...

    แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชายมีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง

     ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสงที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตนส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง

     เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์

    จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาวให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้...
    หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน วันไหนที่เห็นจันทร์สวยสด วันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง หรือวันใดคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มฟ้ามืด วันนั้นคุณก็จะไม่พบดวงจันทร์...

    ...เขาและเธอ...ไม่อาจพบกันตลอดกาล

    5/16/2006

    คุณผู้หญิงทั้งหลาย ถ้าไม่อยากให้ผู้ชายหลงรักโดยไม่รู้ตัวอย่าทำแบบนี้เลยนะ

    ฝากถึงคุณผู้หญิงทั้งหลาย ไม่ว่าคุณจะมีใครแล้วหรือไม่ อย่าได้ทำแบบนี้กับผู้ชายที่เราไม่ได้คิดอะไรด้วย ไม่ว่าจะเป็น...

    - โทรหาเวลาดึก ๆ เวลานี้มีไว้ให้คนพิเศษ อย่าโทรมาบ่อย ๆ ครั้งละนาน ๆ ผมจะพาลคิดเข้าข้างตัวเองไปใหญ่

    - อย่าโทรหาเพื่อร้องเพลงให้ฟัง และให้เราช่วยร้องด้วย ถ้าผมถามว่าโทรไปร้องเพลงให้คนอื่นฟังบ่อยเหรอ อย่าตอบว่า "เปล่า เราโทรมาร้องให้เธอฟังคนเดียว"

    - อย่าเล่าเรื่องราวครั้งก่อนกับแฟนคนเก่า และอย่าพูดว่าตัวเองเหงา อยากมีใครสักคนให้ได้ยิน เพราะผมอาจจะอยากเป็นคน ๆ นั้น

    - อย่าบอกว่าชอบทำขนม และเมื่อผมขอให้ทำให้ทานบ้างก็อย่าตอบว่าได้ สำหรับผม การมีใครสักคนทำขนมให้ทานมันไม่ได้แปลว่าเพื่อนธรรมดา ๆ สักคนแล้ว

    - อย่าร้องไห้ให้ฟัง หรืออย่างน้อยก็อย่าทำเสียงให้ผมเข้าใจว่าคุณกำลังร้องไห้เสียใจอยู่ ผมอ่อนแอ และผมก็อยากจะช่วยคนที่กำลังอ่อนแอ แต่เวลานั้น ผมไม่มีอะไรป้องกันตัวเลย ถ้าคุณกำลังจะทำร้ายผม

    - อย่าคุยโทรศัพท์กับผมถึงเช้า ก่อนจะบอกอรุณสวัสดิ์พร้อมกับราตรีสวัสดิ์ ก่อนนอนผมจะคิดถึงและแม้แต่ในฝันก็คงมีภาพคนอื่นคนไหนไปนอกจากคุณไม่ได้

    - อย่าพูดว่าอยากเจอ หรือถามว่าว่างวันไหน เพราะทุกครั้งที่คุณบอกว่าอยากเห็นหน้า ผมเอง... อยากจะพูดอย่างนั้นตั้งแต่เริ่มโทรศัพท์หาแล้ว

    - อย่าโทรหาผมตั้งแต่ผมยังไม่ตื่นนอน เพราะคุยกับคุณถึงเช้าเพื่อบอกว่าวันนี้เราเจอกันนะ ถ้าผมบอกว่ายังหลับอยู่เลย อย่าบอกผมว่าคุณจะรอที่นั่น... คุณอยากจะไปไหนก็ไปตามใจคุณดีกว่า หากคุณรอ... คุณก็กำลังจะได้ใจผมไปทั้งหมดใจแล้วนะ...

    - อย่าเดินเข้ามาใกล้ผม อย่าแตะมือ และอย่าคล้องแขน มันไม่ได้น้ำเน่าขนาดที่ว่าผมได้ยินเสียงหัวใจคุณเต้น แต่ผมจะได้ยินแต่เสียงหัวใจผมเต้น ผมเลยไม่รู้ได้หรอกว่า จริง ๆ แล้วคุณไม่ได้คิดอะไรกับผมเลย

    - ก่อนจะแยกกัน อย่าชวนผมไปหาอะไรทาน อย่าชวนผมไปเดินดูของ อย่าแม้แต่จะให้ผมไปส่งให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมอาจจะหาทางกลับมาคนเดียวไม่ได้อีกแล้ว...

    แต่ถ้าคุณได้ทำทุกข้อที่ไม่ควรทำ ขอร้องว่าหลังจากนั้นอย่าปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว อย่าปล่อยให้สายที่ผมโทรหาดังจนตัด แล้วก็ไม่มีการโทรกลับ อย่าให้ SMS ทุกข้อความที่ส่งไปเงียบหายเหมือนกับไม่มีใครเป็นผู้รับ

    ถ้าไม่คิดจะให้ใครก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ อย่าเข้ามาเกี่ยวมือผมให้เดินเข้าไปหา ปิดตา ให้กลางคืนฝัน แล้วก็จากไปเงียบ ๆ ไม่มีคำตอบว่าเพราะอะไร หรือว่าเวลาที่ผ่านไป ทั้งหมดนั่น มีแค่ฝ่ายเดียวที่คิดไปเอง

    เหมือนกับลมหนาวของปีนี้ ที่ผ่านเข้ามาแตะแค่ช่วง Christmas ให้รู้สึกดี คิดไปว่ามันจะยาวนาน ชวนฝันไปไกล ไม่ทันจะคิดว่ามันจะจบลงเร็วขนาดนั้นแบบไม่เข้าใจ แล้วลมหนาวก็จากไป เหมือนกับว่ามันไม่เคยผ่านมา...

    ถ้าเธอคนนั้นได้เผอิญผ่านมาอ่านกระทู้นี้ อยากบอกว่าเธอได้ทำครบทุกข้อที่ไม่ควรทำแล้ว แต่เธอไม่ผิดเลยที่ทำลงไป ถึงอย่างนั้น ผมก็คิดว่าผมไม่ผิดเหมือนกัน

    หลังจากวันนั้นที่เธอหายไป ผมได้แต่คิดซ้ำ ๆ ว่าทำไม แต่ก็ได้แต่ไม่เข้าใจ และถึงรู้ว่ามันไม่ควร แต่ผมก็ไม่รู้วิธีที่จะหยุดคิดเลย

    ฝากถึงคุณผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาอ่าน อย่าได้ทำเรื่องนี้ซ้ำอีก หากคุณไม่ได้กำลังอยากให้ผู้ชายคนนั้นหลงรักคุณนะครับ